|
ประวัติของหลวงปู่นาค
โชติโก (พระครูปาจิณทิศบริหาร) กล่าวว่า เกิดเมื่อ
พ.ศ.2358 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2
อุปสมบทเมื่ออายุ 21 ปี ณ พัทธสีมาวัดพระปฐมเจดีย์ แล้วจำพรรษาที่วัดพระปฐมเจดีย์
ถึงปี พ.ศ.2432 ได้รับพระราชทานสมณะศักดิ์เป็นพระครูปาจิณทิศบริหาร
ตำแหน่งเจ้าคณะรองเมืองนครไชยศรี ต่อมาในปี
พ.ศ.2441 ได้ย้ายจากวัดพระปฐมเจดีย์มาสร้างวัดห้วยจระเข้ เพื่อให้เป็นวัดบริวารขององค์พระปฐมเจดีย์
โดยตั้งห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ 1
กิโลเมตรทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งในพื้นที่บริเวณนั้นเป็นป่ารกริมคลองเจดีย์บูชา
พระครูปาจิณทิศบริหาร (นาค โชติโก)
ใช้ระยะเวลาก่อสร้างวัด 3 ปี จึงสำเร็จได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 9
กรกฎาคม พ.ศ.2443
วัดห้วยจระเข้ เดิมมีชื่อว่า วัดนาคโชติการาม ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นวัดห้วยจระเข้
อันเป็นชื่อตำบลในแขวงเมืองนครไชยศรี ในครั้งสมัยรัชกาลที่
5 ปัจจุบันเป็นตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง
จังหวัดนครปฐม นามของพระครูปาจิณทิศบริหาร (นาค โชติโก)
โดดเด่นเป็นยิ่งในเรื่องของ "พระปิดตา" หนึ่งในห้า "พระปิดตามหาอุตม์"
ที่ได้รับการยอมรับจากบรรดานักสะสมพระเครื่องให้เป็นทำเนียบ
"เบญจมหาอุด" ที่ประกอบด้วยสุดยอดพระปิดตาอันลือลั่นในระดับแถวหน้าทั้งสิ้น
แม้จะรั้งท้ายในอันดับ 5 ก็ตาม
แต่"พระปิดตามหาด" ของ พระครูปาจิณทิศบริหาร
(นาค โชติโก) ก็เป็นที่นิยมชมชอบของนักสะสมพระเครื่อง โดยเฉพาะความโดดเด่นของเนื้อหาเป็นอีกหนึ่งในพระเครื่องที่สร้างขึ้นด้วยเนื้อเมฆพัด
พระครูปาจิณทิศบริหาร (นาค โชติโก)
ได้สร้างพระปิดตาเนื้อเมฆพัดขึ้นมาเป็นครั้งแรกประมาณปี พ.ศ.2432
ซึ่งขณะนั้นยังคงอยู่ที่วัดพระปฐมเจดีย์ การสร้างพระปิดตาของพระครูปาจิณทิศบริหาร
(นาค โชติโก) ที่สร้างขึ้นครั้งแรกๆ นั้น ยังไม่เป็นมาตรฐาน ต่อมาเมื่อท่านสร้าง
2 พิมพ์หลัง คือ พิมพ์ท้องแฟบ กับพิมพ์ท้องป่อง จึงเป็นมาตรฐานที่นิยมเล่นหากัน
เท่าที่พอสืบทราบได้นั้น ท่านสร้างพระปิดตาไว้ถึงกว่า
3 พิมพ์ขึ้นไป ซึ่งรวมทั้งพิมพ์หูกระต่ายด้วยการปลุกเสกพระปิดตามหาอุดของพระครูปาจิณทิศบริหาร
(นาค โชติโก) ปลุกเสกเดี่ยวโดยการระเบิดน้ำลงไปปลุกเสกในน้ำ จารึกเลขอักขระยันต์ทุกองค์ด้วยการลง
"นะคงคา" อันเป็น "นะ" สำคัญยิ่งและต้องลงไปในน้ำด้วย
พระปิดตามหาอุดของพระครูปาจิณทิศบริหาร
(นาค โชติโก) สร้างขึ้นในวัดโดยตัวท่านเอง ปั้นหุ่นเทียนเอง
แล้วเทหล่อเป็นองค์พระด้วยฝีมืออันประณีตยิ่ง กระทั่งรอยตะเข็บข้างหรือเนื้อล้นก็ไม่ปรากฎ
เนื้อพระปิดตาจะเป็นสีน้ำเงินแก่อมดำเคลือบเขียว สวยงามพิสดาร น้ำหนักตึงมือ
ที่สำคัญไม่ปรากฏว่ามีรอยพรุนของโพรงอากาศ เนื้อเรียบสนิท นอกจากบริเวณนิ้วพระหัตถ์ที่ปิดพระพักตร์เท่านั้น
มีร่องรอยของช่างนำตะไบแต่งกับที่โยงลงไปปิดทวาร นอกจากนั้นไม่มีร่องรอยการตกแต่ง
การเช่าหาจึงต้องพึงสังเกตให้ดีๆ ซึ่งปัจจุบันนี้
มีด้วยกันหลากหลายฝีมือ แน่นอนที่ว่า
ความอลังการยิ่งของพระปิดตามหาอุด นอกเหนือจากความเชื่อในแง่ด้านพุทธคุณแล้วนั้น
เสน่ห์อันชวนให้น่าสนใจคือ พุทธลักษณะขององค์พระที่สวยงาม ทั้งกระแสเนื้อโลหะ
และรูปลักษณ์ที่ชวนมองน่าสะสมน่าสนใจยิ่งนัก
จากมติชนสุดสัปดาห์
โฟกัสพระเครื่อง
โดย สรพล
โศภิตกุล |