|

จากแผ่นทองแดงจารึกภาษาขอมระบุว่าผู้สร้างพระขรัวอีโต้นี้คือ สมเด็จพระศรีสมโพธิ์และนายทองด้วง มหาดเล็กคนสนิทของ ท่านสมเด็จพระศรีสมโพธิ์นี้เป็นผู้มีคาถาอาคมแก่กล้า ชาวบ้านนับถือท่านกันมากและต่างพากันเรียกนามสามัญของท่านว่า
พระขรัวอีโต้
เมื่อครั้งสมัยไทยเสียกรุงแก่พม่าครั้งที่ 2 เมื่อปี 2310 สมเด็จพระศรีสมโพธิ์ได้ถูกต้อนไปพม่า
หลายปีหลังจากพระเจ้ากรุงธนบุรีกู้อิสรภาพได้แล้ว
ท่านได้หนีกลับเมืองไทยพร้อมกับโยมน้องผู้หญิงท่านหนึ่ง ในระหว่างทางเวลาค้างแรม
ท่านจะนำมีดอีโต้คั่นตรงกลาง ระหว่างท่านกับโยมน้องผู้หญิงทุกครั้ง จนกลับถึงกรุงธนบุรีประชาชนและภิกษุต่างโจษจันกันว่าท่านจะต้องอาบัติปาราชิกกับโยมน้องผู้หญิงของท่าน เมื่อมีการร่ำลือกันมาก ๆ ท่านจึงประกาศเชิญผู้ที่กล่าวหาและ
ผู้ที่สงสัยในตัวท่านมาที่ริมสระน้ำ แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
โดยมีมีดอีโต้เป็นพยานแต่ไม่มีใครเชื่อ ท่านจึงทำการเสี่ยงสัตย์ต่อพระแม่คงคา
ให้เป็นพยานยืนยันว่าถ้าท่านบริสุทธิ์อยู่ในศีลพรหมจรรย์จริง ขอให้มีดอีโต้เล่มนี้จงลอยน้ำ หลังจากนั้นท่านได้ขว้างมีดอีโต้ของท่านลงไปในน้ำ แต่มีดก็ไม่จมน้ำกลับลอยอยู่บนผิวน้ำทั้งๆ ที่ปกติต้องจมน้ำ เพราะมีดมีน้ำหนักพอสมควร ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์จึงตื่นตะลึงและโจษขานกันว่า ขรัวอีโต้ลอยน้ำ
พระขรัวอีโต้แตกกรุอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2473 ที่วัดเลียบเชิงสะพานพุทธ ช่วงที่ทางการขยับขยายที่
เพื่อก่อสร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (ร.1) ภายหลังจากมีผู้นำไปใช้แล้วเกิดประสบการณ์
โดยเฉพาะด้านแคล้วคลาดคงกระพันชาตรี จนได้รับสมญาว่า พระรอดเมืองใต้ พระตัวอย่างที่นำมาโชว์นี้เป็นพระที่รักทองสมบูรณ์มาก องค์จริงเห็นหน้าตาและสันจมูกชัดเจน เป็นพระที่ทางกรรมการวัดคัดไว้จากจำนวนพระหลายปี๊บเพื่อโชว์ ต่อมาภายหลังจึงออกประมูลให้บูชาเพื่อหารายได้เข้าวัด
|