|
ชื่อวัดบวรมงคล เดิมเรียกขานกันว่า "พระวัดลิงขบ"
แต่เหตุใดกลายมาเป็นวัดลิงขบนั้นก็มิทราบได้ "ลุงขบ"คือชื่อคนสร้างจริงหรือ
สำหรับวัดนี้
แต่ก็มิได้มีหลักฐานที่เด่นเป็นพยานพอที่จะสืบเนื่องหาความจริงได้เลยแต่เดิมเมื่อสมัย พ.ศ.2410
ทางวัดได้มีการบูรณะกันใหญ่โตและได้มีการสร้างพระเนื้อดินจำนวนหนึ่งว่าน่าจะครบราว ๆ 8
หมื่น 4 พันองค์ เท่ากับพระธรรมขันธ์
เมื่อครั้งที่สร้างพระนั้นได้เชิญพระสงฆ์มารูปหนึ่ง
เพื่อทำพิธีปลุกเสกพระแต่ก็จะขาดประธานที่มีคุณวุฒิเสียมิได้
จึงได้กล่าวตามคนโบราณในย่านนั้นว่า ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต
ท่านได้แจวเรือมาร่วมในการปลุกเสกครั้งนี้ด้วย
เนื่องจากเมื่อครั้งที่พระเครื่องได้แตกกรุออกมาเมื่อราว ๆ พ.ศ.2500 เข้าตำราตามประสากรุแตก
เด็กๆ เก็บมาเล่น เมื่อผู้ใหญ่พบเห็นก็นำเอามาแจกจ่ายกันไป ลักษณะแบบพิมพ์
ของพระกรุวัดลิงขบ รูปพรรณสันฐาน ลักษณะแบบกลีบบัว มีพระนั่ง สมาธิ อยู่บนกลีบบัว
มีรัศมีเปล่งประกายออกมาอย่างชัดเจนมากและลายละเอียดต่าง ๆ ของพระกรุนี้
ความละเอียดของพระกรุวัดลิงขบ
พระเกศ ลักษณะของพระเกศนั้นจะเป็นลักษณะที่มีปลายเรียวแหลม
ด้านล่างของพระเกศนั้นจะเป็นพระเมาฬี พระพักตร์ หากเป็นพระที่มีสภาพสวย ๆ จะปรากฎพระเนตร
และพระโขนง อย่างชัดเจนตลอดจนพระโอษฐ์ เส้นรัศมี
ของพระนั้นจะมีขนาดที่เรียวเล็กเป็นกลีบและดูงดงามยิ่ง
เนื้อหาของพระจะกล่าวถึงอายุของพระกรุวัดลิงขบนี้ก็ต้องราว ๆ รุ่นเดียวกับวัดระฆัง
แหละครับ แต่ต่างกันที่เนื้อคือวัดระฆังเนื้อผง พระกรุวัดลิงขบเนื้อดิน
เนื่องจากว่าสร้างในราว ๆ พ.ศ.2410
นั่นเองเนื้อของพระเป็นเนื้อเฉดเช่นเดียวกับเนื้อพระกำแพงเพชร คือมีเนื้อที่ละเอียด
บางองค์จะมีเนื้อหยาบเล็กน้อยวรรณะของสีพระ
ลักษณะออกแบบสีส้มอมแดงหรือแดงอมส้มอีกทั้งวรรณะสีแบบหม้อใหม่
พุทธคุณ ก็เอกในด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด มีคงกระพันชาตรี ครบทุกประการ ราคาเช่าหา
สภาพสวยงามระดับประกวด หลักพัน กลาง ๆ สภาพปานกลาง หลักพัน ต้นๆ สภาพใช้ หลักร้อย กลาง-แก่
พุทธคุณเท่ากันหมดทุกสภาพ แตกต่างกันที่ราคาครับ
|