|

วัดจุฬามณีเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก
ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกไปตามถนนไตรโลกนาถ ประมาณ 4-5 กิโลเมตร
เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดวัดหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก
ที่ตั้งของวัดจุฬามณีเป็นที่ตั้งของเมืองสองแควเก่าแก่สมัยขอม
ปรางค์องค์เดิมเป็นศาสนสถานขอม เรียกกันว่าปราสาทหิน
ครั้นถึงรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้เสด็จ
มาประทับที่เมืองพิษณุโลกถึง 25 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2006-2030
พระองค์โปรดฯให้สร้างวัดจุฬามณีและบูรณะปรางค์ขอมเป็นปรางค์ในพระพุทธศาสนา
แล้วเสด็จออกทรงผนวชอยู่ที่วัดจุฬามณี 8 เดือน จึงลาผนวช เมื่อปี พ.ศ.2008
เมื่อครั้งทรงผนวชมีบรรดาข้าราชบริพารและไพร่ฟ้าออกบวชด้วยถึง 2,348 รูป
ดังปรากฏในพระราชพงศวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติว่า "ศักราช
826 วอกศก (พ.ศ.2007) สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้าสร้างพระวิหารวัดจุฬามณี
และ ศักราช 827 ระกาศก (พ.ศ.2008)
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้าทรงผนวช ณ วัดจุฬามณี ได้ 8 เดือน แล้วลาผนวช"
กล่าวสำหรับพระเครื่องกรุวัดจุฬามณี แล้วนั้น
เป็นที่รู้จักกันอย่างดีสำหรับเหล่านักสะสมพระเครื่องทั้งหลาย
โดยในการบูรณะวัดจุฬามณีเมื่อปี พ.ศ.2475 โดยพระอธิการพัฒน์
ได้ถากถางป่าสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ตลอดจนสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้น
ได้พบพระพิมพ์จำนวนหนึ่งในบริเวณฐานองค์พระพุทธสำริดหลวงพ่อเพชร
ในโพรงพระปรางค์ตามเจดีย์บริวารเล็กๆ พระเครื่องจากกรุนี้จะมีลักษณะเนื้อยุ่ย
ผิวพระค่อนข้างขุขระเนื่องจากถูกน้ำเซาะมาเป็นเวลาช้านาน พระเครื่องที่ถูกค้นพบจากกรุวัดจุฬามณีมีด้วยกันหลากหลายพิมพ์ทรงแต่ที่นิยมมี
4 พิมพ์คือ
1. พิมพ์ฤษีหลังนาง
2. พิมพ์ซุ้มชินราช
หลังนาง
3. พิมพ์ซุ้มเปลวเพลิง
4. พิมพ์นาง
ดังในภาพที่นำมาเป็นพิมพ์ 2 หน้า ด้านหนึ่งเป็นองค์พระพุทธปฏิมากรปางสมาธิ
พระเกศเป็นมวยมุ่นคล้ายฤๅษี อีกด้านหนึ่งเป็นองค์พระพุทธปฏิมากรปางมารวิชัย
ลักษณะคล้ายคลึงพระนางพญา จึงเรียกขานกันว่า พิมพ์หน้าฤๅษี-หลังนาง
จากมติชนสุดสัปดาห์ โฟกัสพระเครื่อง โดย สรพล โศภิตกุล |